บทความตั้งแต่ '2567' 'มีนาคม'

วิธีการเลือกแหวนทองคำเพื่องานแต่งงาน ให้สวยโดดเด่นกว่าใคร

วิธีการเลือกแหวนทองคำเพื่องานแต่งงาน

ให้สวยโดดเด่นกว่าใคร


สำหรับคู่รักหลายคู่ "งานแต่งงาน" ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความทรงจำ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วเราจะมีโอกาสได้สัมผัสเพียงครั้งเดียวในชีวิต ดังนั้น การเลือกแหวนทองคำ เพื่องานแต่งงานจึงเป็นอีกเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญอย่างมาก แต่หลายคน อาจจะไม่รู้ว่าควรเลือกอย่างไรให้เปล่งประกายความสวยงาม วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับการเลือกแหวนทองคำเพื่องานแต่งงานมาแนะนำกัน

1. กำหนดงบประมาณ
การกำหนดงบประมาณในการเลือกแหวนทองคำเพื่องานแต่งงานเป็นขั้นตอนที่สำคัญ เนื่องจากแหวนแต่งงานเป็นเครื่องประดับที่มีราคาสูง และถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักระหว่างคู่บ่าวสาว ซึ่งการกำหนดงบประมาณจะช่วยให้สามารถเลือกซื้อแหวนได้ง่ายขึ้น เนื่องจากแหวนแต่ละรูปทรงก็ล้วนมีราคาที่แตกต่างกัน การตั้งงบไว้จะช่วยให้ได้แหวนที่ตรงใจในราคาไม่เกินงบ โดยบ่าวสาวที่ต้องการซื้อแหวนทองคำแลกให้อีกฝ่าย อาจตั้งงบประมาณตามเกณฑ์การคำนวณแบบสากลง่าย ๆ จากการนำรายได้มาลบด้วยรายจ่ายทั้งหมดต่อเดือน จากนั้นนำผลลัพธ์มาคูณด้วย 12 เพื่อให้ได้แหวนที่มีราคาเท่ากับจำนวนเงินที่สามารถจ่ายคืนได้ภายใน 1 ปี หมายความว่าหากจ่ายเป็นเงินสดก็ควรเก็บออมเงินในจำนวนนี้ให้ได้ภายใน 12 เดือน และหากต้องผ่อนชำระก็สามารถจัดการจ่ายทั้งหมดได้ภายใน 12 งวด หรือน้อยกว่านั้น เนื่องจากระยะ 1 ปี เป็นเวลากำลังดีที่จะไม่ทำให้เกิดความตึงเครียดในการเก็บออมเงินหรือผ่อนชำระมากเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาสำคัญที่กำลังจะได้เริ่มต้นชีวิตครอบครัว

2. เลือกจากตัวเรือน
ในการเลือกแหวนทองคำเพื่องานแต่งงาน ตัวเรือนของแหวนนับว่ามีความสำคัญมาก เนื่องจากทองคำแท้ และทองคำขาว จะมีสีและสไตล์แตกต่างกันออกไป ดังนี้ ในการเลือกแหวนทองคำเพื่องานแต่งงาน ตัวเรือนของแหวนนับว่ามีความสำคัญมากเนื่องจากทองคำแท้และทองคำขาวจะมีสีและสไตล์แตกต่างกันออกไป ดังนี้

ทองคำ เป็นแหวนสีเหลืองทอง สวยงาม ดูคลาสสิก ทนทานต่อการขูดขีด ไม่เป็นสนิม ซึ่งตามมาตรฐานในการทำแหวนเพชร จะใช้เปอร์เซ็นต์ทองที่ 18K หรือใช้ 75-80% ขึ้นอยู่กับร้าน โดยเปอร์เซ็นต์ที่เหลือจะผสมอัลลอยด์ต่าง ๆ ที่ทำให้ตัวเรือนทองมีความแข็งแรง สามารถยึดเกาะเพชรได้ แต่ถ้าต้องการใช้แหวนทองคำแท้ที่ไม่ประดับเพชร ก็สามารถใช้ทอง 23K หรือ 96.5% ได้

ทองคำขาว หรือไวท์โกลด์ มีคุณสมบัติความทนทานมากกว่าทองคำแท้ แต่ทองคำขาวจะมีตัวเรือนสีขาวเงินทันสมัย โดยผลิตจากการนำทอง 18K หรือทองคำ 75% ผสมกับโลหะที่มีสีขาว เช่น นิกเกิล เงิน หรือพาลาเดียมเป็นปริมาณอีก 25% และชุบด้วยโรเดียมอีกครั้ง ทำให้มีความมันวาว ดูหรูหราสวยงาม


3. พิจารณาจากขนาดนิ้ว
การเลือกแหวนทองคำเพื่องานแต่งงานที่เหมาะสมพอดี ไม่แน่นหรือหลวมเกินไปเป็นสิ่งสำคัญ โดยอาจจะเผื่อขนาดแหวนไว้เล็กน้อย เพื่อให้สามารถใส่ได้สบายมือมากขึ้น การเลือกแหวนทองคำเพื่องานแต่งงานที่เหมาะสมพอดี ไม่แน่นหรือหลวมเกินไปเป็นสิ่งสำคัญ โดยอาจจะเผื่อขนาดแหวนไว้เล็กน้อย เพื่อให้สามารถใส่ได้สบายมือมากขึ้น 

  • คนนิ้วมือเรียว สามารถใส่แหวนได้ทุกแบบ จึงสามารถเลือกดีไซน์ได้ตามที่ชอบได้เลย
  • คนนิ้วมืออวบ หลีกเลี่ยงแหวนที่หนาเกินไป เพราะอาจทำให้มีเนื้อปลิ้นออกมา ควรเลือกแหวนที่หนาพอดีกับนิ้ว หรือเลือกแหวนที่มีหัวทรงเรียวยาวเพื่อช่วยให้นิ้วดูเรียวยาวขึ้น
  • คนนิ้วมือสั้น ควรเลือกแหวนขนาดเล็กและบาง หลีกเลี่ยงหัวแหวนทรงสี่เหลี่ยมและทรงกลมใหญ่ เพราะจะทำให้นิ้วดูสั้น
  • คนนิ้วข้อใหญ่ ควรหลีกเลี่ยงแหวนขนาดเล็กหรือบาง เพราะจะทำให้ข้อนิ้วดูใหญ่ เลือกแหวนที่ใส่ผ่านข้อนิ้วได้พอดี โดยอาจเน้นแหวนที่มีลวดลายเกือบถึงข้อนิ้ว

4. ดูโทนสีผิว
การเลือกแหวนทองคำเพื่องานแต่งงานให้เข้ากับโทนสีผิวก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะการเลือกให้ตรงกับโทนสีผิว จะทำให้แหวนดูเด่นเหมาะสมเป็นเครื่องประดับสำคัญในวันแต่งงาน ซึ่งสามารถเลือกได้จาก Undertone ผิว โดยดูจากเส้นเลือดที่ข้อมือได้ ดังนี้ การเลือกแหวนทองคำเพื่องานแต่งงานให้เข้ากับโทนสีผิวก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะการเลือกให้ตรงกับโทนสีผิว จะทำให้แหวนดูเด่นเหมาะสมเป็นเครื่องประดับสำคัญในวันแต่งงาน ซึ่งสามารถเลือกได้จาก Undertone ผิว โดยดูจากเส้นเลือดที่ข้อมือได้ ดังนี้

  • Cool undertones หรือผิวโทนชมพู เส้นเลือดจะเป็นสีม่วงหรือสีน้ำเงิน ไม่ว่าจะเลือกแหวนทอง หรือแหวนทองคำขาวก็เข้ากับสีผิว
  • Neutral undertones หรือผิวโทนธรรมชาติ เส้นเลือดจะเป็นสีน้ำเงินหรือสีเขียว สามารถเลือกแหวนทองหรือทองคำขาวได้ทั้งคู่ ไม่ต่างจากผิวโทนชมพู
  • Warm undertones หรือผิวโทนเหลือง เส้นเลือดจะเป็นสีเขียวหรือสีเขียวขี้ม้า ซึ่งการเลือกแหวนสีทองจะช่วยขับสีผิวและเสริมเสน่ห์ให้กับนิ้วมือ

สิ่งที่สำคัญที่สุด ในการเลือกแหวนทองคำเพื่องานแต่งงานให้เข้ากับสีผิว คือการลองสวมแหวนดูว่าสีไหนที่ใส่แล้วขึ้น เหมาะสมกับเรามากที่สุด

5. เลือกจากร้านที่มีมาตรฐาน น่าเชื่อถือ
เนื่องจากแหวนทองคำมีมูลค่าสูง จึงควรเลือกจากร้านที่มีมาตรฐาน น่าเชื่อถือ เพื่อให้ได้แหวนที่ตรงใจคู่บ่าวสาว โดยการศึกษาข้อมูลของร้านอย่างรอบคอบ สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับแหวนทองคำที่ต้องการซื้อจากร้านขายแหวนอย่างละเอียด เช่น ประเภทของทองคำ น้ำหนักทองคำ เปอร์เซ็นต์ทองคำ ดีไซน์ของแหวน รวมถึงขอดูใบรับประกันจากร้านขายแหวน เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นของแท้และจะได้รับการดูแลหลังการขายอย่างดี  เนื่องจากแหวนทองคำมีมูลค่าสูง จึงควรเลือกจากร้านที่มีมาตรฐาน น่าเชื่อถือ เพื่อให้ได้แหวนที่ตรงใจคู่บ่าวสาว โดยการศึกษาข้อมูลของร้านอย่างรอบคอบ สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับแหวนทองคำที่ต้องการซื้อจากร้านขายแหวนอย่างละเอียด เช่น ประเภทของทองคำ น้ำหนักทองคำ เปอร์เซ็นต์ทองคำ ดีไซน์ของแหวน รวมถึงขอดูใบรับประกันจากร้านขายแหวน เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นของแท้และจะได้รับการดูแลหลังการขายอย่างดี 

หลังจากได้รู้เคล็ดลับการเลือกแหวนทองคำเพื่องานแต่งงานกันไปแล้ว อีกสิ่งที่สำคัญคือการเลือกซื้อแหวนทองคำแท้ 96.5% ที่มีคุณภาพ เพื่อสร้างความประทับใจให้คู่รักได้มากที่สุด จากแบรนด์ “กานต์” สามารถเลือกซื้อได้ที่ร้านทองชั้นนำที่เป็นพันธมิตรกับทางแบรนด์ หรือติดต่อสอบถามได้ที่ LINE: @goldbygarn

เคล็ดลับการเลือกแหวนทองคำที่คนรักเครื่องประดับต้องรู้

เคล็ดลับการเลือกแหวนทองคำที่คนรักเครื่องประดับต้องรู้


แหวนทองคำ ถือเป็นหนึ่งในเครื่องประดับที่ได้รับความนิยมไม่แพ้เครื่องประดับชิ้นอื่น ๆ เพราะเป็นสิ่งที่สามารถสวมติดตัวได้ตลอดเวลา ใส่แล้วดูสวยสะดุดตาผู้ที่ได้พบเห็น และยังช่วยเสริมเสน่ห์ให้กับนิ้วมืออีกด้วย แต่เนื่องจากเป็นเครื่องประดับที่สวมไว้ที่นิ้ว บางครั้งเมื่อแหวนไปสัมผัสกับสิ่งอื่น ๆ จึงมีโอกาสที่จะชำรุดได้ง่าย แล้วเราควรเลือกแหวนอย่างไรให้ทนทานมากที่สุด? มาดูเคล็ดลับการเลือกแหวนทองคำได้ในบทความนี้เลย 

เผยเคล็ดลับการเลือกแหวนทองคำ เลือกอย่างไรให้ใส่ได้นาน
เลือกแหวนทองคำแบบตัน 
โดยปกติแล้ว แหวนทองคำนั้นจะมีอยู่ด้วยกัน 2 ประเภท นั่นก็คือ แหวนทองคำแบบโปร่ง และแหวนทองคำแบบตัน ซึ่งความแตกต่างของแหวนทั้ง 2 ประเภทนี้ จะอยู่ที่กระบวนการขึ้นรูป โดยแหวนทองคำแบบโปร่งจะใช้วิธีการขึ้นรูปด้วยการทำให้แหวนดูพองใหญ่ เนื้อข้างในจะเบาและกลวง เหมาะสำหรับคนที่อยากได้แหวนวงหนา ๆ และต้องการให้แหวนดูโดดเด่นเวลาสวม แต่วิธีนี้จะทำให้มีเนื้อทองคำเหลืออยู่น้อยกว่า ส่วนแหวนทองคำแบบตัน จะเป็นแหวนที่มีแต่เนื้อทองคำล้วน ภายในแน่น ไม่มีความกลวง จึงมีน้ำหนักมากกว่า และมีความแข็งแรงมากกว่านั่นเอง 

เลือกแหวนที่มีน้ำหนักครึ่งสลึงขึ้นไป
เช่นเดียวกับเครื่องประดับทองคำชนิดอื่น ๆ ที่แหวนทองคำนั้นจะมีน้ำหนักที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับงบประมาณและความชอบ ซึ่งการเลือกแหวนทองคำให้สามารถใส่ได้นานนั้น แนะนำว่าควรเลือกแหวนที่มีน้ำหนักอยู่ที่ครึ่งสลึงขึ้นไป เพราะจะมีเนื้อหนาและมีความแข็งแรงทนทานมากกว่าแหวนที่มีน้ำหนักน้อย

เลือกแหวนที่มีลวดลายไม่มาก
ลวดลายบนแหวน เป็นสิ่งที่เพิ่มความสวยงามและทำให้แหวนดูสวยสะดุดตามากขึ้น แต่หากมีลวดลายมากเกินไป ก็หมายความว่า แหวนวงนั้นมีเนื้อทองคำน้อย เพราะถูกสลักออกไปเป็นลวดลายจนหมด ดังนั้น หากอยากได้แหวนที่ทนทาน และสามารถสวมใส่ได้บ่อยครั้ง แนะนำว่าควรเลือกแหวนที่มีลวดลายไม่มาก หรือเลือกเป็นแหวนแบบเรียบจะดีที่สุด 

เลือกแหวนเนื้อด้าน จะทนทานต่อการเกิดรอยมากกว่าแบบเนื้อเงา
นอกจากแหวนแบบตันและแบบโปร่ง การเลือกแหวนทองคำนั้นยังต้องพิจารณาถึงเนื้อสัมผัสของแหวน ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ คือ แหวนเนื้อด้าน และ แหวนเนื้อเงา ซึ่งแหวนเนื้อเงานั้นแม้จะมอบความแวววาว แต่ก็มีโอกาสเกิดรอยขีดข่วนได้ง่ายกว่า จึงเหมาะกับการสวมใส่แค่ในบางโอกาสเท่านั้น แต่หากต้องการแหวนที่สามารถใส่ได้ทุกวัน ทุกเวลา ควรเลือกเป็นแหวนทองคำเนื้อด้านจะดีกว่า

เลือกใส่ให้ถูกนิ้ว
ปิดท้ายด้วยเคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะช่วยยืดอายุให้แหวนทองคำวงสวย นั่นก็คือ การเลือกใส่ให้ถูกนิ้ว เช่น ควรเลือกใส่แหวนที่นิ้วก้อยหรือนิ้วกลาง เพราะจะมีโอกาสสัมผัสกับสิ่งของรอบข้างได้น้อยกว่านิ้วอื่น ๆ ซึ่งจะช่วยป้องกันการเกิดรอยขีดข่วน และป้องกันไม่ให้แหวนได้รับการกระทบกระเทือนจนผิดรูป 

5 สิ่งที่ไม่ควรทำ

ถ้าไม่อยากให้แหวนทองคำหมดราคา
นอกจากเคล็ดลับการเลือกแหวนทองคำแล้ว เรายังมีเคล็ดลับดี ๆ ในการดูแลรักษา เพื่อช่วยให้แหวนทองคำดูสวยเหมือนใหม่อยู่เสมอจะมีอะไรบ้าง มาดูกันเลย นอกจากเคล็ดลับการเลือกแหวนทองคำแล้ว เรายังมีเคล็ดลับดี ๆ ในการดูแลรักษา เพื่อช่วยให้แหวนทองคำดูสวยเหมือนใหม่อยู่เสมอ จะมีอะไรบ้าง มาดูกันเลย 

  • ไม่ฉีดน้ำหอมใส่แหวนโดยตรง สำหรับใครที่รักในการฉีดน้ำหอม สิ่งที่ควรระวังก็คือ การฉีดน้ำหอมลงไปบนแหวนโดยตรง เพราะน้ำหอมอาจทำปฏิกิริยากับแหวน จนทำให้แหวนเสื่อมสภาพเร็วกว่าที่ควร ดังนั้น ก่อนที่จะสวมใส่แหวนทองคำ ควรฉีดน้ำหอมทิ้งไว้สักระยะหนึ่ง และรอจนน้ำหอมแห้งสนิทไปกับผิวเสียก่อน 
  • ไม่นำแหวนมาใส่เป็นจี้ ด้วยความสวยงามของแหวนทองคำ อาจทำให้หลาย ๆ คนคิดอยากจะนำแหวนมาร้อยกับสร้อย แล้วนำไปสวมใส่เป็นจี้ แต่รู้หรือไม่ว่า การทำเช่นนี้จะทำให้ตัวแหวนต้องเสียดสีกับสร้อยตลอดเวลา จนทำให้แหวนเกิดรอยขีดข่วนหรือบิ่นได้  
  • ไม่ดัดแหวนด้วยตัวเอง หากใครที่เจอปัญหาแหวนเสียทรงจากการถูกกระทบกระเทือน แล้วอยากจะแก้ไขโดยการดัดแหวนด้วยตัวเอง เพื่อให้กลับคืนรูป ต้องบอกว่าเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้อง เพราะการดัดแหวนเองอาจทำให้แหวนเสียทรงมากกว่าเดิมจนไม่สามารถแก้ไขได้ หากเจอปัญหานี้ แนะนำว่าควรนำแหวนกลับไปให้ร้านที่ซื้อมาช่วยแก้ไขจะดีกว่า 
  • ไม่เก็บรวมกับเครื่องประดับชิ้นอื่น รู้หรือไม่? เคล็ดลับที่จะช่วยให้แหวนทองคำดูสวยเงางามเหมือนใหม่อยู่เสมอ ก็คือเก็บอย่างถูกวิธี ด้วยการนำแหวนใส่ถุงซิปหรือถุงผ้าแยกต่างหากจากเครื่องประดับชิ้นอื่น ๆ เพราะไม่เช่นนั้นแล้วแหวนอาจไปกระทบกับเครื่องประดับอื่น ๆ จนเกิดเป็นตำหนิ และยังอาจทำให้สีของแหวนดูหมองลงอีกด้วย 
  • ไม่ใช้แปรงขนแข็งทำความสะอาด นอกจากการเก็บแยกกับเครื่องประดับชิ้นอื่น ๆ แล้ว สิ่งที่คนรักแหวนต้องท่องให้ขึ้นใจ ก็คือ การไม่ใช้แปรงขนแข็งทำความสะอาดแหวนโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้แหวนเกิดรอยขีดข่วนจนไม่อาจแก้ได้ หากรู้สึกว่าแหวนดูหมองลง ให้ใช้ผ้าชุบน้ำหมาด ๆ เช็ดเบา ๆ และวางทิ้งไว้จนแห้ง จึงค่อยเก็บใส่กล่อง หรืออาจนำไปให้ร้านทองช่วยทำความสะอาดให้ก็ได้เช่นเดียวกัน 

นอกจากการเลือกแหวนทองคำตามเคล็ดลับที่เรานำมาฝากนี้ การเลือกซื้อแหวนที่มีคุณภาพ ก็จะช่วยให้แหวนวงสวยอยู่คู่กับเราไปได้นานเช่นเดียวกัน ซึ่งหากใครที่กำลังมองหาแหวนทองคำ 96.5% หรือต้องการซื้อแหวนทองคำแท้ออนไลน์ สามารถเลือกซื้อสินค้าจากแบรนด์ “กานต์” ได้ที่ร้านทองชั้นนำที่เป็นพันธมิตรกับทางแบรนด์ หรือติดต่อสอบถามได้ที่ LINE: @goldbygarn

วิธีวัดไซซ์แหวน ซื้อแหวนทองออนไลน์ด้วยตัวเอง

วิธีวัดไซซ์แหวน ซื้อแหวนทองออนไลน์ด้วยตัวเอง

 

เพราะยุคนี้ เป็นยุคที่เราสามารถเลือกซื้อทุกสิ่งได้บนโลกออนไลน์ ตั้งแต่ของกิน ของใช้ไปจนถึงเครื่องประดับที่มีราคาสูงอย่างแหวนเพชรและแหวนทอง แต่ในการซื้อแหวนทองคำแท้ผ่านช่องทางออนไลน์ หลายคนอาจเจอปัญหาว่า ไม่รู้จะเลือกไซซ์แหวนอย่างไรให้พอดี เพราะไม่มีเวลาไปลองที่หน้าร้าน หรือบางคนอาจจะอยากซื้อเพื่อเป็นของขวัญเซอร์ไพรส์ จึงไม่สามารถพาคนพิเศษไปวัดไซซ์ได้ด้วยตัวเอง

บทความนี้ เรารวมทุกเรื่องที่คุณควรรู้เกี่ยวกับการซื้อแหวนทองออนไลน์ไว้ครบ ตั้งแต่วิธีวัดไซซ์แหวน และการเลือกร้านที่น่าเชื่อถือ เพื่อความอุ่นใจในการซื้อ ติดตามกันได้เลย

 

วิธีวัดไซซ์แหวนแบบง่าย ๆ ทำได้ด้วยตัวเอง
หนึ่งในวิธีวัดไซซ์แหวนที่ง่ายและได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบันนี้ ก็คือ "วิธีวัดไซซ์แหวนด้วยกระดาษ" ที่ใช้เพียงแค่กระดาษและกรรไกรก็สามารถวัดขนาดนิ้วของเราได้อย่างแม่นยำ ซึ่งนอกจากกระดาษแล้วยังสามารถนำวัสดุอื่น ๆ อย่างเส้นด้ายหรือเชือกมาใช้ทดแทนได้อีกด้วย โดยขั้นตอนการวัดไซซ์แหวนด้วยกระดาษนั้นสามารถทำได้ง่าย ๆ ดังต่อไปนี้

1. นำกระดาษเหลือใช้หรือเส้นด้ายมาพันรอบนิ้วที่จะใช้สวมแหวน
2. ใช้ดินสอหรือปากกาทำเครื่องหมายไว้บนจุดที่กระดาษมาบรรจบกันพอดี
3. กางกระดาษออกแล้วนำไม้บรรทัดมาวัดความยาวเส้นรอบวงตามที่ทำเครื่องหมายไว้ โดยดูหน่วยเป็นมิลลิเมตร แล้วจึงนำขนาดมาเทียบตามตารางด้านล่างนี้


เทคนิคการวัดไซซ์ให้แม่นยำ

  • หากตั้งใจว่าจะสวมแหวนนิ้วใด ให้วัดไซซ์ที่นิ้วนั้น ๆ เพราะนิ้วแต่ละนิ้วมีขนาดไม่เท่ากัน
  • ไม่ควรรัดกระดาษแน่นจนเกินไป และไม่หลวมเกินไป ควรวัดให้พอดีกับนิ้วมือ
  • ไม่ควรใช้วัสดุที่เป็นยางยืด เพราะจะทำให้วัดได้ไม่แม่นยำ
  • ควรวัดขนาดนิ้วในช่วงบ่าย เพราะในช่วงเช้าหลังตื่นนอน อุณหภูมิในร่างกายจะลดต่ำ ทำให้นิ้วของเราหดเล็กลงเล็กน้อย
  • ควรวัดขนาดนิ้วอย่างน้อย 3-4 ครั้ง เพื่อให้ได้ตัวเลขที่แม่นยำมากที่สุด

ซื้อแหวนทองออนไลน์ เลือกร้านอย่างไรให้มั่นใจว่าชัวร์
หลังจากที่ได้รู้วิธีวัดไซซ์แหวนง่าย ๆ กันไปแล้ว หากใครที่กำลังมองหาร้านสำหรับซื้อแหวนทองออนไลน์ ที่สามารถมั่นใจได้ว่าเป็นของแท้ ไม่เสี่ยงกับมิจฉาชีพ เรามีหลักง่าย ๆ ในการพิจารณามาฝากกัน

เป็นร้านที่เปิดมายาวนาน
ในการที่จะเลือกซื้อแหวนทองออนไลน์จากร้านใดก็ตาม อันดับแรกให้เราพิจารณาว่าร้านนั้นเป็นร้านที่เปิดให้บริการมาแล้วกี่ปี ยิ่งเป็นร้านที่เปิดมายาวนาน และเป็นร้านที่มีชื่อเสียง ก็ยิ่งเพิ่มความน่าเชื่อถือ ทั้งยังเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงประสบการณ์และความสามารถในการบริหารธุรกิจได้อีกด้วย

มีสินค้าให้เลือกหลากหลาย
นอกจากแหวนทองคำแท้แล้ว ร้านที่เราจะเลือกซื้อควรเป็นร้านที่มีสินค้าให้เลือกหลากหลาย ทั้งสร้อยคอ สร้อยข้อมือ ต่างหู หรือเครื่องประดับอื่น ๆ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบครัน

มีบริการหลังการขายที่ครบวงจร
บริการหลังการขายของร้าน ก็ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะแน่นอนว่าแหวนทองคำนั้นเป็นสินค้าที่มีราคาสูง เมื่อตัดสินใจซื้อทั้งที ไม่ว่าใครก็ย่อมคาดหวังการให้บริการที่ดี โดยควรดูว่าร้านมีการรับประกันสินค้าหรือไม่ มีการให้คำแนะนำสินค้าที่ชัดเจนหรือเปล่า เพื่อให้เราเลือกซื้อได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องมานั่งเสียอารมณ์ในภายหลัง

มีหน้าร้านและช่องทางการติดต่อที่ชัดเจน
ปิดท้ายด้วยปัจจัยหลักที่จะช่วยให้เรามั่นใจในการซื้อแหวนทองออนไลน์ได้มากขึ้น นั่นก็คือการที่ร้านนั้น ๆ เป็นร้านที่มีหน้าร้านจริง และมีการระบุช่องทางการติดต่อที่ชัดเจน เพื่อความอุ่นใจตลอดการซื้อขาย

แบรนด์ "กานต์" ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายแหวนทองคำ 96.5% คุณภาพสูงด้วยกระบวนการผลิตจากโรงงานที่ได้รับมาตรฐาน ISO 9001, ISO 14001, ISO 27001 และ Green Industry ระดับ 3 อีกทั้ง ยังเป็นศูนย์กลางซื้อ-ขายแหวนทองคำชั้นนำที่เชื่อมต่อระหว่างผู้ที่ต้องการซื้อแหวนทองคำ และผู้ขายที่ผ่านการตรวจสอบมาตรฐาน เพื่อเพิ่มโอกาสการซื้อแหวนทองคำแท้จากร้านทองชั้นนำในราคาที่เป็นธรรม เลือกซื้อสินค้าจากแบรนด์ กานต์ ได้ที่ร้านทองชั้นนำทั่วไทยที่เป็นพันธมิตรกับทางแบรนด์ หรือติดต่อสอบถามได้ที่ Line: @goldbygarn

เปิดวิธีการดูแลแหวนทองคำ ชุบชีวิตให้สะอาดสวยเหมือนใหม่

เปิดวิธีการดูแลแหวนทองคำ ชุบชีวิตให้สะอาดสวยเหมือนใหม่

ใครที่ชื่นชอบการสวมใส่แหวนที่ตัวเรือนทำมาจากทองหรือแหวนทองเกลี้ยงเป็นประจำ คงประสบปัญหาเรื่องสวมใส่ไปนาน ๆ ทองกลับไม่เงาวับเหมือนดังเดิม ครั้นจะไปให้ร้านทำความสะอาดก็ไม่มีเวลา วันนี้เรามีวิธีการดูแลแหวนทองคำง่าย ๆ ช่วยให้แหวนกลับมาสวยงามเหมือนใหม่ และไม่เสียหายมาฝากกัน

เหตุผลที่เราต้องทำความสะอาดทอง
สังเกตกันหรือไม่ว่า เวลาที่เราใส่เครื่องประดับชิ้นใดชิ้นหนึ่ง เมื่อเวลาผ่านไป เครื่องประดับนั้นจะดูหมอง ไม่สดใสเหมือนตอนที่เราซื้อมาใหม่ ๆ นั่นเป็นเพราะเครื่องประดับที่เราสวมใส่เป็นประจำ ต้องเจอกับเหงื่อ คราบไขมันจากร่างกายของเรา สิ่งสกปรกและฝุ่นละอองต่าง ๆ เมื่อใช้ไปนาน ๆ อาจจะทำให้ดูหมองไม่สวยงาม ด้วยเหตุนี้ จึงต้องทำความสะอาดเป็นประจำ เพื่อให้สวยเหมือนใหม่อยู่เสมอ

แหวนทองคำ เป็นเครื่องประดับชนิดหนึ่งที่หลายคนใส่ติดนิ้วเป็นประจำไม่ว่าจะใส่เพื่อความสวยงาม ใส่เป็นเครื่องรางหรือเป็นแหวนแทนใจ ซึ่งมีทั้งแบบแหวนทองคำเกลี้ยงและแหวนประดับเพชรหรือพลอย เมื่อใส่ไปสักพักแหวนทองก็จะหมองไม่เงาวับเหมือนเคย เราจึงต้องทำความสะอาดแหวนทองคำและดูแลอย่างถูกวิธี เพื่อฟื้นคืนความสวยงาม

5 วิธีการดูแลแหวนทองคำให้กลับมาเงาวับเหมือนใหม่
สำหรับใครที่ต้องการจะล้างและทำความสะอาดแหวนทองให้กลับมาดูใหม่และสดใสเหมือนกับตอนที่ซื้อมาครั้งแรก เรามีวิธีดูแลแหวนทองคำมาฝากกัน 5 วิธี ดังต่อไปนี้ 

1. แช่ในน้ำร้อน แล้วใช้แปรงขัด
วิธีการดูแลแหวนทองคำวิธีแรกที่เราขอแนะนำและเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการทำความสะอาด คือ ให้เราต้มน้ำจนเดือดจากนั้นปิดไฟ แล้วใส่แหวนทองของเราลงไปจุ่มในน้ำร้อน แล้วใช้แปรงที่มีขนนุ่มขัดล้างคราบไขมันและสิ่งสกปรกออกไป หรือหากว่ามีคราบไขมันฝังแน่น ให้เราแช่ในน้ำเอาไว้สักพัก แล้วค่อยใช้น้ำผสมสบู่อ่อน ๆ ขัดทำความสะอาด ซึ่งอาจจะใช้แปรงที่มีขนอ่อนนุ่ม หรือใช้ผ้าสะอาดนุ่ม ๆ เช็ดล้างทำความสะอาดก็ได้ การใช้วิธีนี้ทำความสะอาดเป็นวิธีที่ค่อนข้างง่าย สามารถทำได้เองที่บ้านเหมาะสำหรับแหวนทองเกลี้ยงหรือแหวนทองรูปพรรณที่ไม่มีเพชร พลอย หรืออัญมณีอื่น ๆ ประดับตัวเรือน

2. ใช้ยาสีฟันขัดล้างสิ่งสกปรก
การใช้ยาสีฟันเป็นวิธีการดูแลแหวนทองคำที่หลายคนใช้ทำความสะอาดเป็นประจำ เพราะมีวิธีการที่ไม่ยุ่งยากเพียงแค่ป้ายยาสีฟันกับแหวนทอง จากนั้นใช้แปรงขนนุ่มขัดหรือใช้ผ้าเนื้อนุ่มถูแหวนให้ทั่ว เพื่อกำจัดสิ่งสกปรกออกไปจากแหวนทอง เมื่อขัดจนทั่วแล้วให้ล้างน้ำสะอาด เช็ดด้วยผ้าแห้ง เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

การใช้ยาสีฟันทำความสะอาดแหวนหรือเครื่องประดับทอง เป็นวิธีการที่ง่าย สามารถทำได้บ่อย ไม่ต้องใช้น้ำยาหรืออุปกรณ์พิเศษใด ๆ  การใช้ยาสีฟันทำความสะอาดแหวนหรือเครื่องประดับทอง เป็นวิธีการที่ง่าย สามารถทำได้บ่อย ไม่ต้องใช้น้ำยาหรืออุปกรณ์พิเศษใด ๆ 

3. ใช้แอมโมเนีย
อีกหนึ่งวิธีทำความสะอาดแหวนทองคำที่หลายคนนิยมใช้คือ การใช้แอมโมเนีย ซึ่งเป็นแอมโมเนียชนิดเดียวกับที่ใช้ปฐมพยาบาลผู้ที่หมดสติหรือเป็นลม  

ขั้นตอนในการทำความสะอาดด้วยแอมโมเนีย

  • เริ่มจากการนำแอมโมเนียมาผสมกับน้ำสะอาดในอัตราส่วน แอมโมเนีย 1 ส่วน น้ำสะอาด 6 ส่วน คนให้เข้ากัน
  • จากนั้นนำแหวนของเราลงไปแช่น้ำประมาณ 1 นาที
  • ใช้ผ้าสะอาดเช็ดให้แห้ง ก็เป็นอันเรียบร้อย  

แม้ว่าวิธีนี้จะเป็นวิธีการดูแลแหวนทองคำที่มีประสิทธิภาพ แต่ไม่ควรจะใช้บ่อยเพราะอาจจะส่งผลต่อความแวววาวของทองได้ 

4. ใช้น้ำยาล้างจาน
สำหรับแหวนทองหรือเครื่องประดับทองที่เราใส่เป็นประจำ แล้วเจอกับคราบเหงื่อไคล ของใช้ในบ้านที่ช่วยกำจัดคราบไขมันและคราบเหงื่อที่ดีที่สุดอย่างหนึ่ง ก็คือ น้ำยาล้างจาน ซึ่งวิธีการก็ง่ายนิดเดียว คือ นำน้ำยาล้างจานมาผสมกับน้ำเปล่าให้เป็นฟองเล็กน้อย จากนั้นใช้ฟองน้ำนุ่ม ๆ ถูเบา ๆ ให้คราบสกปรกออก ล้างน้ำยาออกด้วยน้ำสะอาด แล้วเช็ดด้วยผ้าแห้งเป็นอันเสร็จเรียบร้อย  

5. ใช้น้ำยาล้างทอง
การทำความสะอาดทองด้วยน้ำยาล้างทอง เป็นหนึ่งในวิธีการดูแลแหวนทองคำที่มีประสิทธิภาพและช่วยฟื้นคืนความสดใสให้ทองกลับมาสวยงามดังเดิม โดยให้เราแช่แหวนทองลงในน้ำผสมน้ำยาล้างทอง ซึ่งเราสามารถดูสัดส่วนการผสมและระยะเวลาในการแช่ได้ที่ตัวผลิตภัณฑ์ หลังจากนั้นล้างด้วยน้ำสะอาด และเช็ดให้แห้ง 

การใช้น้ำยาล้างทอง เราจะต้องมั่นใจว่า น้ำยาที่ใช้มีคุณภาพดีเพื่อประสิทธิภาพในการทำความสะอาด และไม่ทำให้เนื้อทองเสียหาย

วิธีการดูแลแหวนทองคำที่มีอัญมณี
หากว่าแหวนทองคำของเรามีอัญมณีประดับอยู่ เราอาจจะต้องเลือกวิธีทำความสะอาดที่เหมาะสม และเหมาะกับอัญมณีที่ประดับ ดังนี้ 

  • อัญมณีที่มีความแข็ง อย่างเพชร ทับทิม แซฟไฟร์ มรกต โทแพซ โกเมน และควอตซ์ สามารถล้างและทำความสะอาดได้เช่นเดียวกับทองรูปพรรณทั่วไป
  • อัญมณีที่อ่อนนุ่มและบอบบาง อย่างไข่มุก โอปอ หยก อะความารีน และโอนิกซ์ ควรส่งให้ผู้เชี่ยวชาญทำความสะอาดจะดีกว่า เพราะอาจจะเกิดความเสียหายได้ง่าย

สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อแหวนทองคำแท้ 96.5% ที่ได้มาตรฐาน ดีไซน์สวยงาม และคุณภาพดี ติดต่อแบรนด์ "กานต์" รวมถึงเลือกซื้อสินค้าจากแบรนด์กานต์ได้ที่ร้านทองชั้นนำที่เป็นพันธมิตรกับทางแบรนด์ หรือติดต่อสอบถามได้ที่ LINE: @goldbygarn

ข้อมูลอ้างอิง 

1. How to Clean Gold Jewelry the Right Way. สืบค้นเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2566 จาก https://www.jewelersmutual.com/the-jewelry-box/how-to-clean-gold-jewelry-the-right-way 
2. How to Clean Jewelry with Ingredients You Have at Home. สืบค้นเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2566 จาก https://www.bhg.com/homekeeping/house-cleaning/tips/youve-been-cleaning-your-jewelry-all-wrong/

เลือกแหวนแบบไหนให้เหมาะกับนิ้วของคนที่คุณรัก

เลือกแหวนแบบไหนให้เหมาะกับนิ้วของคนที่คุณรัก


แบรนด์ กานต์ มีทริคเล็ก ๆ ในการเลือกซื้อแหวนแบบไหนให้เหมาะกับนิ้วมือคนที่คุณรัก 

นิ้วเรียวยาว สามารถใส่แหวนได้ทุกรูปทรง มีลวดลายและเห็นหัวแหวนชัดเจน

นิ้วข้อใหญ่ แต่เนื้อไม่เยอะ ควรเลือกแหวนที่กว้างและดูหนา เพื่อให้นิ้วดูมีน้ำมีนวลมากขึ้น

นิ้วไม่อวบ แต่สั้น ควรเลือกแหวนที่บาง ๆ รูปทรงหัวแหวนควรเป็นหัวใจ หรือทรงยาวเพื่อไม่ให้นิ้วดูตันจนเกินไป

การเลือกแหวนสวย ๆ สักวงให้คนที่คุณรักบ่งบอกถึงการเอาใจใส่อย่างสม่ำเสมอนะคะ

7 วิธีเช็กทองปลอมง่าย ๆ ไม่ต้องเผาไฟ ไม่ต้องจิกลงบนเนื้อทอง

7 วิธีเช็กทองปลอมง่าย ๆ

ไม่ต้องเผาไฟ ไม่ต้องจิกลงบนเนื้อทอง


ทองจริงหรือทองปลอมดูอย่างไร? 

แล้วถ้าเราไม่ได้ซื้อทองจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เราจะมีวิธีดูอย่างไร แบบไม่ต้องเผาไฟเพื่อพิสูจน์ วันนี้ Gold By Garn จะพาทุกคนมาตรวจเช็กทองปลอมแบบง่าย ๆ แต่ได้ผลจริงมาฝากกัน

1. ดูที่ตราประทับ หรือ Hallmark
เป็นวิธีที่เบสิกที่สุดในการตรวจเช็กทองปลอม ก็คือ การดูที่ตราประทับหรือ Hallmark ซึ่งทองทุกชิ้นจะมีการประทับตราเล็ก ๆ เพื่อบอกว่าน้ำหนักและค่าความบริสุทธิ์ของทองคำ โดยทองคำบริสุทธิ์จะมีตราประทับเป็นตัวอักษร 24K โดยตัว K ย่อมาจากคำว่า Karat นั่นเอง โดยทองคำที่มีความบริสุทธิ์แตกต่างกันก็จะนำมาผลิตในรูปแบบที่แตกต่างกันนั่นเอง

สำหรับทอง 24K เป็นทองคำบริสุทธิ์ที่มีความอ่อนตัวมาก โดยจะมีเนื้อทอง 99.99% ในไทยโดยมากจะเป็นทอง 23K ที่มีเนื้อทอง 96.5% ซึ่งทั้งทอง 24K และ 23K จะนิยมนำมาผลิตเป็นทองคำแท่ง หรือทองรูปพรรณ ไม่นิยมผลิตเป็นตัวเรือนสำหรับการฝังเพชรหรือพลอย ซึ่งจะนิยมใช้ทอง 22K หรือ 18K มากกว่า

สำหรับทองที่ผลิตของแบรนด์ “กานต์” จะใช้ Trademark "Garn 965" เป็นตราประทับ เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจว่าเป็นทองแท้แน่นอน และมีเลขรหัส (Code) ที่สามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอนการผลิต   

อย่างไรก็ตาม หากเราไม่เห็นว่ามีตราประทับ ก็อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นทองปลอม หรือทองไม่แท้ เพราะเมื่อสวมใส่ไปนาน ๆ ตราประทับอาจจะหาย หรืออาจจะเป็นทองเก่าที่มีมาก่อนที่จะใช้ตราประทับในการบ่งบอกความบริสุทธิ์ของทองนั่นเอง 

2. น้ำหนักของทอง
ทองคำเป็นโลหะที่มีน้ำหนักเฉพาะตัว ซึ่งทองปลอมส่วนใหญ่จะมีขนาดที่ใหญ่กว่าในน้ำหนักทองคำที่เท่ากัน โดยเราสามารถตรวจเช็กน้ำหนักของทองคำแท้ได้ดังนี้


3. ใช้แม่เหล็กดูด
คุณสมบัติหนึ่งที่ต้องรู้เกี่ยวกับทองแท้ ก็คือ ไม่เป็นโลหะที่ถูกแม่เหล็กดูด ดังนั้น เราสามารถใช้แม่เหล็กที่มีพลังดูดสูงมาใช้พิสูจน์ทองแท้ได้เลย เพราะหากว่าเป็นทองปลอมที่มีโลหะอื่น ๆ ผสมอยู่ด้วย ก็จะถูกดูดติดเข้ากับแม่เหล็ก อย่างไรก็ตาม วิธีนี้อาจจะไม่เหมาะกับทองปลอมที่ทำมาจากสเตนเลสสตีล ซึ่งไม่ถูกดูดโดยแม่เหล็กเช่นเดียวกัน 

4. หย่อนลงไปในน้ำ
วิธีเช็กทองปลอมอีกวิธีหนึ่งง่าย ๆ คือ การหย่อนทองลงไปในน้ำ โดยการใส่น้ำลงไปในแก้วประมาณครึ่งหนึ่ง จากนั้นก็ใส่ทองลงไป หากว่าเป็นทองคำแท้ ทองจะจมน้ำ ไม่ลอย เนื่องจากทองเป็นโลหะที่มีน้ำหนักมาก นอกจากนี้ เราอาจจะสังเกตสนิม ซึ่งเราจะไม่พบกันในทองจริง แต่จะพบในโลหะอื่น ๆ ที่นำมาชุบทองนั่นเอง

5. ถูทองกับผิว
เราสามารถตรวจเช็กทองปลอมกับผิวของเราได้ โดยการนำทองมาถูกับผิวหนังของเรา ถ้าเป็นทองคำแท้สีผิวของเราจะไม่เปลี่ยนสี แต่หากว่าเป็นทองปลอมสีผิวของเราจะเปลี่ยนเป็นสีฟ้า เขียว หรือ ดำ 

อย่างไรก็ตาม ทองคำแท้จะมีปฏิกิริยากับรองพื้นแบบน้ำ โดยจะเปลี่ยนผิวให้เป็นสีดำ ดังนั้น จึงควรระมัดระวัง อย่าถูทองลงบนเครื่องสำอางเพราะอาจจะทำให้ผลที่ได้ผิดเพี้ยนไป

6. แช่ในน้ำส้มสายชู
อีกวิธีเช็กทองปลอม ให้เรานำทองไปแช่ในน้ำส้มสายชูประมาณ 15 นาที จากนั้นนำมาเช็ดกับน้ำยาล้างตา หากว่าเป็นทองปลอมจะเปลี่ยนสี แต่หากว่าเป็นทองคำแท้จะไม่เปลี่ยนสี เป็นวิธีที่เหมาะกับการตรวจสอบทองแท่งและทองรูปพรรณ

7. โยนทองบนกระจก
หากว่าเราไม่มีอุปกรณ์หรือน้ำยาอะไรเลย วิธีเช็กทองปลอมแบบง่าย ๆ ก็คือ ลองโยนทองลงบนกระจก หากว่าเป็นทองแท้จะมีเสียงทุ้มมากกว่าทองปลอม ซึ่งจะเป็นเสียงโลหะที่แหลมมากกว่า เนื่องจากทองแท้จะมีความอ่อนนุ่มมากกว่าโลหะชนิดอื่น ๆ นั่นเอง

นอกจาก 7 วิธีเช็กทองปลอมที่กล่าวมาแล้ว ยังมีวิธีอื่น ๆ อีกมากในการตรวจเช็กทองปลอม แต่หากว่าไม่แน่ใจ สามารถให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบได้ 

ข้อมูลอ้างอิง
1. How To Tell If Gold Is Real: 11 Easy Ways To Ensure You Have The Real Thing. สืบค้นเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2566 จาก https://lexiejordanjewelry.com/blogs/posts/how-to-tell-gold-is-real
2. 7 Ways to Tell If the Gold You’re Purchasing is Real. สืบค้นเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2566 จาก https://topvegasbuyer.com/blog/how-to-tell-if-gold-is-real/

เงื่อนไขการใช้บริการ

ไซต์สต๊อคพร้อมส่งจำนวนที่สั่ง
477
477
477
รวมจำนวนชิ้น0ชิ้น